🌍 CBAM : เมื่อต้นทุนก่อสร้างโลกกำลังเปลี่ยน ควรรับมืออย่างไร??
1 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) เริ่มบังคับใช้ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) เต็มรูปแบบ — จาก “เฟสรายงานข้อมูล” สู่ “เฟสที่ต้องจ่ายจริง” ผู้นำเข้าสินค้าเข้า EU ต้องซื้อ “ใบรับรองคาร์บอน” ตามปริมาณคาร์บอนที่ฝังอยู่ในวัสดุ
และวัสดุกลุ่มแรกที่ถูกเพ่งเล็ง คือวัสดุก่อสร้างหลักโดยตรง:
🔹 ปูนซีเมนต์
🔹 เหล็กและเหล็กกล้า
🔹 อะลูมิเนียม
ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ปัญหายุโรป”?
แม้โครงการในไทยส่วนใหญ่จะไม่ได้ส่งออกวัสดุตรงไป EU แต่ผลกระทบจะไหลมาแบบลูกโซ่:
→ ราคาเหล็ก ปูน และอะลูมิเนียมในตลาดโลกเริ่มขยับตามต้นทุนคาร์บอนที่ถูกบวกเข้าไปในซัพพลายเชน
→ สถาบันการเงินและกองทุนต่างชาติเริ่มผูกเงื่อนไข Green Loan / Green Bond เข้ากับการมี “Carbon Credential” ของวัสดุและตัวโครงการ
→ โครงการที่ไม่มีข้อมูล Carbon Footprint หรือ EPD (Environmental Product Declaration) ของวัสดุ จะถูกตัดออกจากสายตานักลงทุนกลุ่ม ESG ทันที
พูดง่ายๆ คือ โปรเจกต์ที่ “ขาด Carbon Credential” จะเสียเปรียบในการแข่งขัน ทั้งด้านต้นทุนวัสดุและด้านการเข้าถึงแหล่งทุน
ผู้พัฒนาโครงการและผู้รับเหมาในเอเชียควรเริ่มจากอะไร?
✅ เริ่มเก็บข้อมูล Carbon Footprint ของวัสดุหลักตั้งแต่วันนี้
✅ พูดคุยกับซัพพลายเออร์เรื่อง EPD และใบรับรองคาร์บอนของผลิตภัณฑ์
✅ ศึกษาเครื่องมือ Green Finance ที่ธนาคารและกองทุนเริ่มนำมาใช้ประเมินโครงการก่อสร้าง
มาเจาะเรื่องนี้แบบลงรายละเอียดได้ที่ FutureBuild Asia 2026
งานนี้จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน Green Finance ระดับเอเชีย มาร่วมแบ่งปันแนวทางที่ใช้ได้จริง สำหรับผู้พัฒนา ผู้รับเหมา และที่ปรึกษาโครงการที่ต้องเตรียมรับมือกับโลกก่อสร้างยุคที่ “คาร์บอน = ต้นทุน”
📅 11–13 พ.ย. 2569 | BITEC กรุงเทพฯ
#FutureBuildAsia #CBAM #GreenFinance #SponsorOpportunity
